โรคข้อเข่าเสื่อมในหญิงวัยหมดประจำเดือน

หญิงวัยหมดประจำเดือน… ระวังเข่าเสื่อมเร็ว

เมื่อมีอายุมากขึ้น ร่างกายย่อมเสื่อมโทรมไปตามวัยเป็นธรรมดา โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องผจญกับโรคภัยทางสุขภาพของสตรี
เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ซีสต์ ภาวะกระดูกพรุน เป็นต้น
นอกจากนี้พบว่า ผู้หญิงยังมีโอกาสเกิดภาวะกระดูกข้อเข่าผุกร่อนเสื่อมทรุดฉีกขาดมากกว่าผู้ชายอีกด้วย
เนื่องจากผู้หญิงมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในหญิงหลังหมดประจำเดือน
รวมถึงอิริยาบทในแบบฉบับเฉพาะของผู้หญิงที่อาจส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว

“ข้อเข่าเสื่อม” เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนของข้อเข่าสึกหรอ ฉีกขาด จนไม่สามารถหล่อลื่นข้อเข่าให้ใช้งานเป็นปกติได้
บางครั้งอาจจะมีหมอนรองกระดูกฉีกขาดร่วมด้วย เมื่อกระดูกอ่อนสึกหรอจนถึงกระดูกแข็ง
จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดเข่าเวลาลงน้ำหนักเข่าขณะเดิน หรือขึ้นลงบันได

โรคข้อเข่าเสื่อม มักพบในเพศหญิงวัยหมดประจำเดือน (ส่วนใหญ่ อายุ 45 ปีขึ้นไป)

โดยจะมีอาการปวด มักจะปวดตำแหน่งบริเวณข้อเข่าด้านในมากกว่าส่วนอื่นๆ มีอาการข้อเข่าฝืดในช่วงเช้าหลังตื่นนอน อาการจะเหมือนคนก้าวขาไม่ค่อยออก
แต่เมื่อเดินไปสักพักข้อเข่าจะเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ความรู้สึกฝืดน้อยลง อีกทั้งไม่สามารถนั่งขัดสมาธิ งอเข่า พับเข่าได้ ให้ความรู้สึกเข่าตึงๆ ขัดๆ บริเวณข้อเข่าด้านหลัง
เมื่องอเข่า และอาการปวดรอบๆ บริเวณหัวเข่าทั้งหมด ซึ่งในระยะเริ่มแรกที่เป็นอาจมีภาวะข้อเข่าบวม ซึ่งเกิดจากนํ้าเลี้ยงข้อที่เพิ่มขึ้น เพื่อพยายามซ่อมแซม
เนื้อเยื่อในเข่าที่เสียหาย และมีเสียงดังกรอบแกรบในข้อเข่า ซึ่งเกิดจากภาวะเข่าหลวมจนทำให้ผิวข้อกระดูกเสียดสีกัน

การเลือกทานอาหารเสริมเพื่อป้องกันภาวะข้อเข่าเสื่อม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับหญิงวัยหมดประจำเดือน โดยคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาฯ ให้คำแนะนำว่า
เราควรได้รับแคลเซียมวันละประมาณ 1,000 – 1,200 มิลลิกรัม ในจำนวนนี้มีอยู่ในอาหารที่เรารับประทานประมาณแค่ 360 มิลลิกรัม
หญิงวัยหมดประจำเดือนควรต้องเสริมแคลเซียมเข้าไปอีกวันละ 600 – 800 มิลลิกรัม เพื่อรักษาและป้องกันไม่ให้เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม